Universal Audio ได้ปรับปรุงไลน์อัปออดิโออินเทอร์เฟซ USB ใหม่ โดยเปิดตัวรุ่นใหม่ทั้งหมด 6 รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักดนตรี โปรดิวเซอร์ และผู้จัดทำพอดแคสต์ โดยซีรีส์ Volt Gen 2 และ Volt Max มาพร้อมกับปรีแอมป์ Tone Shaping ของ Universal Audio ซึ่งในรุ่น Max จะมีการเพิ่มระบบประมวลผลไดนามิก Max เข้ามาด้วย นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ LUNA และซอฟต์แวร์ DAW ยอดนิยมอื่นๆ

ซีรีส์ Volt Gen 2 พัฒนาโดยทีมงานเดียวกับที่อยู่เบื้องหลังอินเทอร์เฟซตระกูล Apollo โดยมุ่งเน้นการนำคุณภาพเสียงและขั้นตอนการทำงานแบบ Universal Audio มาสู่รูปแบบที่ใช้งานง่าย ทุกรุ่นในไลน์อัปนี้มีปรีแอมป์ Tone Shaping ที่สามารถเลือกโหมดเสียงได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Warmth (Tube), Focus (Solid State) และ Shine (British Class-A) นอกจากนี้ ทุกรุ่นยกเว้น Volt 1 ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Smart Display แบบสีที่แสดงรายละเอียดพารามิเตอร์สำคัญของแต่ละอินพุต โดยมีฟังก์ชัน Auto-Gain สำหรับตั้งค่าระดับสัญญาณอินพุตที่เหมาะสม และตัวเครื่องยังสามารถตรวจจับแหล่งสัญญาณไมโครโฟน ไลน์ และเครื่องดนตรีเพื่อตั้งค่าการทำงานโดยอัตโนมัติ

รุ่น Volt Max ต่อยอดขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบ Max Processing ซึ่งมีพรีเซ็ตไดนามิกแบบสัมผัสเดียวให้เลือก 6 รูปแบบ โดยอ้างอิงจากการจำลองคอมเพรสเซอร์รุ่นคลาสสิกของ Universal Audio อย่าง 1176, LA-2A และ VCA การประมวลผลทั้งหมดเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์โดยไม่มีค่าความหน่วงแฝงเพิ่มขึ้น และมีพรีเซ็ตการบีบอัดสัญญาณที่หลากหลายสำหรับแหล่งเสียงและสไตล์ดนตรีต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานเริ่มต้นทำงานได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งรุ่น Volt Gen 2 และ Volt Max มาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์ UAD Volt Studio Bundle ซึ่งประกอบด้วยปลั๊กอิน 15 รายการ อาทิ คอมเพรสเซอร์ LA-2A และ 1176, ปลั๊กอินปรับแต่งเสียงร้อง Topline Vocal Tune, แอมป์กีตาร์ Showtime ‘64 และ Lion ‘68, ซินธิไซเซอร์ Anthem และ PolyMAX รวมถึงซอฟต์แวร์ DAW ของ Universal Audio เองอย่าง LUNA

คุณสมบัติหลักประกอบด้วยออดิโออินเทอร์เฟซ USB ใหม่ 6 รุ่นที่รองรับการแปลงสัญญาณ A-D และ D-A ความละเอียด 32-bit / 192 kHz, ปรีแอมป์ Tone Shaping พร้อมโหมด Warmth (Tube), Focus (Solid State) และ Shine (British Class-A), ระบบ Max Processing สำหรับการบีบอัดสัญญาณแบบเรียลไทม์พร้อมพรีเซ็ต 6 รูปแบบที่จำลองจากคอมเพรสเซอร์รุ่น 1176, LA-2A และ VCA ของ Universal Audio, ฟังก์ชัน Auto-Gain และระบบป้องกันสัญญาณพีค (Clip Protection) เพื่อระดับการบันทึกที่แม่นยำ, หน้าจอ Smart Display แบบสีสำหรับแสดงผลข้อมูลภาพรวมถึงการวัดระดับการลดทอนสัญญาณ (Gain Reduction) ในทุกรุ่นยกเว้น Volt 1 Gen 2

นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ที่แถมมาให้ ได้แก่ LUNA, ปลั๊กอิน UAD, Melodyne Essential, สิทธิ์ทดลองใช้งาน FL Studio เป็นเวลา 3 เดือน และอื่นๆ โดยรองรับการใช้งานร่วมกับ DAW หลักทุกโปรแกรม เช่น Logic Pro, Ableton Live, Pro Tools, FL Studio และ GarageBand ตัวเครื่องใช้พลังงานผ่านพอร์ต USB และรองรับมาตรฐาน Class-compliant ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Mac, Windows, iPad และ iPhone ได้อย่างสะดวก

ในรุ่น Volt 4 Gen 2 และทุกรุ่นในตระกูล Max ยังมีอินพุตออปติคัล ADAT สำหรับขยายช่องสัญญาณดิจิทัลได้สูงสุด 8 ช่อง พร้อมด้วยช่องต่อ MIDI In/Out, ไมโครโฟน Talkback ในตัว และฟังก์ชันสลับลำโพงในบางรุ่น ทั้งหมดนี้มาในโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานและมีดีไซน์ที่สวยงาม

ออดิโออินเทอร์เฟซรุ่นใหม่ทั้งหมดวางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาดังนี้ Volt 1 Gen 2 ราคา 149 ดอลลาร์, Volt 2 Gen 2 ราคา 219 ดอลลาร์, Volt 4 Gen 2 ราคา 299 ดอลลาร์, Volt 2 Max ราคา 299 ดอลลาร์, Volt 4 Max ราคา 399 ดอลลาร์ และ Volt 4P Max ราคา 499 ดอลลาร์ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.uaudio.com/pages/volt